• July 22, 2021

การทำงานร่วมกัน

การทำงานร่วมกัน

กลยุทธ์ไม้ตายของ การทำงานร่วมกัน แบบที่ให้ใช้มุมพักผ่อนคิดงาน จนได้ไอเดียและการประสานงานที่ดีกว่าเดิม

ศักยภาพที่เกิดจากหนึ่งสมองสองมือ แต่ถ้ามีหลายสมองย่อมต้องดีกว่า เพราะในบางครั้ง Scale ของงานมันก็ยากเกินที่คุณคนเดียวจะรับมือไหว และเมื่อต่างคนต่างทำงานของตัวเอง โดยไม่มี การทำงานร่วมกัน หรืองานที่ไม่ระบุให้ชัดเจนล่ะ ใครจะเป็นคนทำ แล้วงานที่จะต้องรับช่วงต่อกันล่ะจะทำอย่างไร ? ก็จริงอยู่ที่ว่าการทำงานของตัวเองให้ดีนั้นต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องทำ แต่อีกสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลยคือการสื่อสารระหว่างคนในทีม บริษัทก็เหมือนกับร่างกายมนุษย์ ลองนึกภาพว่าหากสมองสั่งการหนึ่งอย่าง ประสาทสั่งรับสารมาอีกอย่างแล้วส่งตางานให้กล้ามเนื้อทำหน้าที่ไปอีกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ร่างกายของคุณก็จะรวนไปหมดเลยถูกไหม ? บริษัทก็เช่นเดียวกัน หากทีมหนึ่งทำอย่าง อีกทีมไปอีกทาง.. ทุกเส้นทางก็จะมาบรรจบในที่เดียวกัน แต่จะเป็นเส้นทางที่พังทลายขององค์กรเสียมากกว่า

กลยุทธ์ไม้ตายของ การทำงานร่วมกัน แบบที่ให้ใช้มุมพักผ่อนคิดงาน จนได้ไอเดียและการประสานงานที่ดีกว่าเดิม

 Peanut Butter คือการรวบรวมคนจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันมาสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้กับองค์กร เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งใน การทำงานร่วมกัน เป็นทีมที่จะได้ทั้งความรวดเร็วและผลงานที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น พอกล่าวมาถึงตรงนี้บางคนอาจเห็นแย้งเพราะคิดว่าถ้าทำงานคนเดียวย่อมต้องมีสมาธิมากกว่า ถ้าอยู่รวมกันเยอะ ๆ ก็คงไม่มีสมาธิทำงานเสร็จแน่ แต่สำหรับงานที่ต้องใช้ “ความครีเอทีฟ” นั้นจะต่างออกไป คิดดูสิว่าวันหนึ่งตั้งแต่ลุกออกมาจากเตียงคุณเจอข่าวสารอะไรบ้าง แค่แพลตฟอร์มเดียวก็นับไม่ถ้วนแล้ว และนี่ก็คือหัวใจสำคัญ เพราะข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วว่องไวนี้บางทีคุณคนเดียวอาจจะทำทั้งหมดไม่ทัน แต่หากมีทีมมาร่วมช่วยกันร่วมกันคิดไอเดียดี ๆ และสื่อสารกันได้ทุกที่ทุกเวลาที่ไม่ได้มีห้องประชุมเป็นตัวตีกรอบย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ทำคนเดียว คิดคนเดียว ถ้าเจอปัญหาก็คงจะต้องแก้คนเดียวด้วยวิธีเดิม ๆ ซ้ำไป แต่หากอยู่ร่วมกัน เจอหน้ากันแล้วสามารถแชร์ไอเดียดี ๆ ในทุกที่ เพื่อจะเป็นตัวที่ช่วยให้คุณก้าวผ่าน “ขีดจำกัดกรอบความคิด” ของตัวคุณเองไปได้ เหมือนกับกรณีของ “โตโยต้า” ที่ทำการปฏิรูปพื้นที่ด้วยการนำวิศวกรจำนวน 500 คนมาทำงานร่วมกันในพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร

หากถามว่าทำไมต้องเปลี่ยน นั่นก็เป็นเพราะว่าการทำงานมักมีปัญหาอยู่บ่อย ๆ ทั้งโปรเจ็กต์พัฒนารถยนต์ที่มีแต่ปัญหา อีกทั้งยังมีการเรียกคืนรถยนต์อยู่บ่อย ๆ จนสุดท้ายต้องหาทางแก้โดยการยอมละทิ้งความคิดเดิม ๆ แล้วลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่เช่นนั้นพวกเขาก็อาจจะไม่มีโอกาสสานต่อโปรเจ็กต์พัฒนารถยนต์อีกต่อไป บริษัทโตโยต้า ได้เริ่มการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานโดยปรับโต๊ะทำงานส่วนตัวจาก 100% ให้เหลือเพียง 70% ด้วยเหตุผลที่ว่าทุกคนไม่ได้นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะตลอดเวลา ออกไปตรวจงานบ้าง ออกไปเช็คนู่นเช็คนี่บ้าง หรือบางทีพนักงานก็อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งทำงานที่อื่นเพื่อความผ่อนคลาย จิบกาแฟยามบ่ายไปพร้อมกับการทำงานที่คาเฟ่ หรือจะหามุมดี ๆ ริมหน้าต่างเพื่อที่จะทำงานไปมองวิวเพลิน ๆ ไป ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยลดพื้นที่ที่ฟุ่มเฟือยออกไปและช่วยเพิ่มประโยชน์ให้กับพื้นที่ที่มีอยู่ได้อย่างเต็มอัตรา

การทำงานร่วมกัน เป็นทีมที่จะได้ทั้งความรวดเร็ว

พื้นที่อีกส่วนคือโซนตรงกลางซึ่งเป็นโซนสำหรับผู้บริหาร เพื่อทำการตัดสินใจที่สำคัญในเรื่อง การทำงานร่วมกัน

พื้นที่อีกส่วนคือโซนตรงกลางซึ่งเป็นโซนสำหรับผู้บริหาร ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ใช้ในการประชุมและหารือกันเพื่อทำการตัดสินใจที่สำคัญในเรื่องการทำงานร่วมกัน แต่สิ่งที่พิเศษคือการนั่งเป็นลักษณะวงกลมในพื้นที่เปิด ถามว่ามันพิเศษอย่างไร? นั่นก็เพราะว่าเหล่าผู้บริหารจะสามารถเงยหน้ามาสบตากัน รวมทั้งหันไปด้านข้างหรือมองไปยังที่นั่งอื่น ๆ ที่จะช่วยปรึกษาหารือและสอบถามความคิดเห็นกันได้ หรือแม้กระทั่งการเรียกพนักงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถามก็ยังได้เพราะเป็น “สถานที่เปิด” นั่นเอง ในส่วนของโซนรอบ ๆ จะเป็นพื้นที่ของร้านกาแฟที่มีโต๊ะขนาดใหญ่แข็งแรงทนทานจนถึงขั้นที่สามารถนำเอาโมเดลมานั่งวิเคราะห์ไปคุยไปจิบกาแฟไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับที่นี่ และในบางทีความคิดเจ๋ง ๆ ก็อาจจะเกิดจากการพูดคุยระหว่างจิบกาแฟเพลิน ๆ ก็เป็นได้ แต่ถ้าใครกลัวว่าจะสนใจสิ่งรอบข้างจากพื้นที่เปิดก็สามารถไปใช้งานในส่วนของโซนส่วนตัวสำหรับการใช้สมาธิสูงได้ด้วย รวมไปถึงห้องหับและเครื่องมือเครื่องใช้อื่น ๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานสามารถประชุมกันได้ทุกที่ทุกเวลาและสามารถเรียนรู้ผ่านการทำงานร่วมกันได้เพราะแค่ความเก่งของคน ๆ เดียวก็อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

องค์กรที่หยุดปิดกั้นแล้วหันมาเปิดกว้างย่อมจะได้ผลประโยชน์ที่ทำให้บริษัทก้าวออกไปได้ไกลกว่าเดิม เพราะรอบ ๆ ตัวเราก็มีคนที่เก่งและไม่เก่งในแต่ละด้านที่แตกต่างกัน แต่หากเรารู้จักนำความโดดเด่นในศักยภาพของทุกคนมาประกอบกัน รวบรวมจุดแข็งกับมันสมองของทุกคนมารวมเข้าด้วยกัน ก็จะทำให้ไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และยังช่วยส่งเสริมให้พนักงานเกิดพัฒนาการและเติบโตจนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองได้

“ทีมเวิร์ค”

ไม่ว่าเราจะทำงานที่ไหน สิ่งที่สำคัญคือการทำงานร่วมกัน หรือเรียกอีกอย่างว่า “ทีมเวิร์ค” ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดแทรกอยู่ในทุกอณูของชีวิต จะเป็นนักเรียนนักศึกษา เป็นพ่อค้าแม่ขาย เป็นพนักงานออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งผู้บริหารก็ล้วนต้องการทีมที่ดี เพราะการทำงานร่วมกันนั้นจะเพิ่มโอกาสสำเร็จมากขึ้น Peanut Butter Effect เป็นกลยุทธ์การทำงานอันหอมหวานที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตกว่าวันวานได้อย่างไม่น่าเชื่อ กับกลยุทธ์ไม้ตายที่ไม่มีวันทำลายความเป็นทีม จากการคุย คิด แล้วค้นจนเจอทางออกที่ดีกว่าเดิม

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวการทำงานร่วมกัน น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> lowcarbonproductions ขอบคุณที่รับชม .

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *