• June 10, 2021

การศึกษา

การศึกษา

การศึกษา ไทยเรียนฟรีจริงไหม ?

นโยบาย “เรียนฟรี” ปรากฏอยู่ ในรัฐธรรมนูญไทย มาตั้งแต่ฉบับปีที่ พ.ศ. 2540 ในมาตรา 43  ซึ่งระบุว่า “บุคคลมีสิทธิ์เสมอกันในการรับการศึกษา ขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ที่รัฐต้องจัดให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” มาจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 มาตรา 49 รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 ในยุคของรัฐบาล คสช. มาตรา 54 ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า

“รัฐต้องดำเนินการ ให้เด้กทุกคน ได้รับการศึกษา เป็นระยะเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัย เรียนจนจบการ ศึกษาภาคบังคับ (ม.3) อย่างมีคุณภาพโดย ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ” แม้นโยบายของรัฐบาล ทุกสมัยพยายาม ทำให้คุณภาพ การรศึกษาของคนไทย ดีขึ้น และได้รับโอกาส ในการเข้าถึงการศึกษา ที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ แต่ทว่า ปัญหาสำคัญ ที่ถูกหยิบยกขึ้น มาวิพากย์วิจารณ์กันอยู่เรื่อยมา คือ  “เรียนฟรี” ที่ไม่สามารถเรียนฟรีได้จริง เพราะพ่อแม่ ผู้ปกครองยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมฯ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อีกมากเลยทีเดียว

วิธีการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ค่อยสอดคล้องกับบริบทของความเป็นจริง

การบริหารจัดการการเงินที่ไร้ประสิทธิภาพและไร้ทิศทางของระบบการศึกษาไทย ผนวกกับปัญหาเรื่องคนกลายเป็นปัญหาและภาระมากกว่าก่อประโยชน์ ส่งผลทำให้ภาระของค่าใช้จ่ายตกไปอยู่ที่ผู้ปกครองโดยตรงและเต็ม ๆ ที่จะต้องหาหนทางหรือปัจจัยสำคัญมาซับพอร์ตลูก ๆ ของพวกเขา และนั่นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่กีดกันให้การศึกษาไทยไม่สามารถเรียนฟรีได้จริงตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายของรัฐธรรมนูญได้อย่างแท้จริง

ค่านิยมในระบบ การศึกษา ไทย

การศึกษา ไทยเรียนฟรีจริงไหม ?

ระบบการศึกษา ของไทยอยู่ภายใต้แนวคิดแบบ “ทุนนิยมแบบเสรีนิยมใหม่” ซึ่งพยายามจัดให้โรงเรียนเป็นเสมือน “สินค้า” โดยมีความเชื่อว่าหากโรงเรียนตั้งอยู่บนกลไกลตลาดที่มีการแข่งขันสูง ก็จะทำให้โรงเรียนและครูเกิดการพัฒนาและส่งผลให้การศึกษามีคุณภาพมากขึ้น เมื่อโรงเรียนอยู่ในสถานะสินค้า พ่อแม่ผู้ปกครองจึงมีเสรีภาพในการเลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดให้กับลูกของพวกเขาเอง แต่ติดปัญหาตรงที่ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีทรัพยากรเพียงพอที่จะเลือกการศึกษาที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

การศึกษาของเรากลายเป็นการศึกษาที่มีเงื่อนไข มีอะไรบางอย่างที่กลายมาเป็นกำแพงทางเศรษฐกิจ ปัจจัยที่จะทำให้เราเรียนจบหรือได้เรียนต่อกลายเป็นเรื่องของเงินการศึกษา จึงถูกทำให้เป็นสินค้า ถ้าเรามีเงิน เราก็ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพสูงได้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราไม่มีเงิน ก็อาจจะไม่ได้เลยหรืออาจจะได้สินค้าที่คุณภาพแย่ หรือไม่ดี

          เมื่อการศึกษากลายเป็นสินค้าและเด็กที่มีความพร้อมทางการเงินเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าถึงสินค้าได้ดี ยจึงส่งผลให้เด็กมากมาย ที่อาจจะไม่มีแม้แต่โอกาสหรือได้รับคุณภาพชีวิตที่ดี ที่พวกเขาสมควรจะได้รับจากรัฐบาล แต่ต้องมาพลาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่พวกเขาต้องได้รับ และอีกอย่างคือปัญหาเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน ดังเช่น ในสังคมไทย ค่านิยมเรื่องของการศึกษาจึงถูกเน้นย้ำอย่างเข้มข้น เนื่องจากคนถือความเชื่อว่า การศึกษา คือใบเบิกทาง ที่คนเราจะไปเติบโตได้ในสังคม ส่งผลให้ความฝันเด็ก ๆ  ถูกดัดแปลง ด้วยเงื่อนไขในชีวิตต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น เด็กที่พ่อแม่บอกว่าจบไปจะต้องไปเป็นข้าราชการ เพราะจะทำให้ชีวิตมีความมั่นคง โดยที่ไม่ฟังหรือถามเด็กเลยว่า เขาต้องการชีวิตที่ผู้ใหญ่เลือกให้เขาไหม?  เพราะบางทีเด็กก็ต้องการทำในสิ่งที่เขาชอบ หรืออยากลองเพื่อจะได้รู้ว่าตัวตนของตัวเองนั้นชอบลักษณะงานแบบไหน หรือต้องการที่จะทำอะไรในอนาคต โดยที่สามารถมีความคิดเองได้ว่าชีวิตของเขานั้นจะต้องเดินทางแบบไหนและอย่างไรบ้าง เพื่อเดินทางตามหาความฝันของพวกเขาเอง           ดังนั้น เมื่อโรงเรียนมีสถานะเป็นสินค้า และชุดความเชื่อว่าการศึกษาคือใบเบิกทางสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องกัดฟันยอมจ่ายเงินในอัตราที่ค่อนข้างสูงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพื่อให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนที่ถูกจัดอันดับ ว่าเป็นโรงเรียนชั้นนำ เพื่อแลกมาด้วยโอกาสในสังคม นโยบายเรียนฟรีจึงไม่ถูกให้ความสำคัญเท่ากับผลลัพธ์ของการศึกษาที่จะทำให้เด็กสามารถสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวการศึกษา น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> lowcarbonproductions ขอบคุณที่รับชม .

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *