• June 21, 2021

Movie

Movie

Movie Wonder Woman 1984

หนัง เชื่อกันว่าใครที่เห็นเรื่อง Wonder woman 1984 แพตตี้ เจนกินส์  ซึ่งมีสถานะเป็นภาค 2 ของหนังชุดสาวน้อยที่มหัศจรรย์ก็ยังคงสงสัยว่าทำไม ถึงต้องมีตัวหนังสือข้างห้วยทั้งเป็นปี พ.ศ. 1984 มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่บอกเล่าไม่ว่าจะเป็นในมิติของเศรษฐกิจการเมืองวัฒนธรรม หรือว่าทางด้านของสังคมที่เกี่ยวข้องกันกับยุคสมัยปัจจุบัน อย่างที่เรารู้กันว่าความหมายของโรติสโทเปีย เรียนที่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของ Big Brother คอยสอดส่องพฤติกรรมของคนจากทุกหนทุกแห่งที่มีขายของ จอร์จ ออร์เวลล์ เป็นผู้อ่านและเป็นผู้เห็นภาพเป็นคนแรกว่าคนที่ทำหนังเรื่องนี้ คือการแสดงออก หนัง และการยอมรับในด้านอิทธิพลทางการเมือง ฉากหนังเรื่องนี้ได้เห็น แม็กซ์เวลล์ ลอร์ด ซึ่งเป็นวัยร้ายของเรื่องได้ปรากฏบนจอโทรทัศน์ ไปยังทุกทวีปและได้เรียกร้องให้คนละเมืองของแต่ละประเทศ

Action Movie

หนัง ปฏิบัติตามคำร้องขอกล่าวและว่าสถานเวลานั้นก็เปรียบได้กับ Big Brother ซึ่งมีความหมายมั่นของเขาคือการครอบงำคนทั้งโลก ส่วนใครที่เห็นรูปลักษณ์ของตัวละครนี้ เป็นนักธุรกิจวัยกลางคนผมทองเป็นที่รู้จักกับคนทั่วไปผ่านทางรายการโทรทัศน์ขายฝัน คือว่านักโปรโมตความมั่งคั่งความร่ำรวย ผู้ที่อยู่ภูมิหลังในทำนองเดียวกันไม่ว่าจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง เอาเข้าจริง ๆ แต่ก็อยู่ในหนังสือการ์ตูนของ CD ทั้งบุคลิกความลูกโมโหโทสะเจ้าเล่ห์แสนกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตลบตะแลงปลิ้นปล่น ดูหนังเรื่องนี้ไม่มีในความสำคัญบอกเราหรือถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง

บรรยากาศของสงครามเย็นซึ่งเป็นการเผชิญหน้ากันอย่างระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบการเล่าเรื่องในช่วงท้ายไม่ใช่เกมสารสำคัญอี กทั้งคนทำหนังก็ยังดูเหมือนไม่ได้มีเจตนาที่จะล้อเลียนความพ้นทุกข์พ้นสมัยของช่วงเวลาดังกล่าวผู้ชมว่าจะระดับเสียงหัวเราะ คือฉาบคุณรักเพลงหนึ่งเดียวของเขาที่ดูเหมือนการสวมเสื้อผ้าการแต่งตัวตามสไตล์แฟชั่น ในอีกแง่มุมหนึ่งเป็นไปได้ว่า Wonder Woman 1984 ไม่ใช่หนังที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกความหลังแต่เป็นสปิริตอันตรงไปตรงมาและไร้เดียงสาอาจที่พูดกันง่ายๆหากไม่นับความปราณีตพิถีพิถัน ในส่วนของงานมุมมองด้านทัศนคติของคนทำค่อนข้างจะตรงไม่มีเนื้อหาที่ ซับซ้อนซึ่งเปรียบได้กับการสร้างหนังในห้วงเวลาดังกล่าว

ถึงอย่างไรก็ตามข้อที่เอ่ยถึงเกี่ยวกับ หนัง1984 คือตัวหนังสืออาจจะนับเป็นภาค 2 ของนางปีที่ 2017 พูดง่ายๆก็คือภาคต่อ

ว่านอกเหนือไปจากความรู้พื้นฐานหรือเล็กน้อยเป็นต้นกำเนิดของนางเอกตลอดจนชีวิตรักของตัวละคร ที่จบลงด้วยความเศร้าทำให้ผู้ชมที่ดี การติดตามรอคอยต้องพยายามระลึกชาติ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในภาคก่อนหน้านี้หากใครยังไม่ได้เคยชมก็ต้องกลับไปย้อนดูภาคแรกกันอย่างจริงจัง เพราะธรรมเนียมในการเล่าเรื่องของ Wonder Woman 1984 มีลักษณะที่เป็นเอกเทศมากๆ

ส่วนหนึ่งที่ยังคงเป็นจุดแข็งแกร่งสำหรับหนังเรื่องนี้คือความเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่บอกเล่าผ่านวิสัยทัศน์ ของผู้กำกับหญิงยอดเยี่ยมมักหยิบเอารสชาติของมุมมองความคิดที่ผิดแปลกแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิงของผู้กำกับท่านอื่นฉากที่เน้นขายความย่อยยับและวินาศสันโดษยังเสียสติและบ้าคลั่งบรรดาฉากแอ็คชั่นที่เรียงร้อยเรื่องราวได้ดี

อีกทั้งวิธีการที่เอาตัวเอกเป็นการจัดการเหล่าร้าย ก็นวลละมุนละม่อมไม่ใช่ด้วยทัศนคติแบบตาต่อตาแต่ เป็นการฆ่าแกงอีกฝ่ายหนึ่งให้ดังยิ่งเพื่อความสะใจเหมือนหนังที่มุ่งโปรโมตความแมน ที่สร้างความหนักแน่นและความน่าเชื่อถือได้ ทั้งหมดทั้งมวลนักแสดงหลักของเรื่องต่างถูกรูปโฉมโนมพรรณมันเป็นแต้มต่อหนัง อย่างแน่นอนแต่พิมพ์อะไรบนการแสดงที่ไม่ได้เรียกร้องเพลงแค่ทักษะทางด้านอารมณ์ เพียงด้านเดียวนั่นได้พิสูจน์ให้เห็นในฉากที่มีเจ้าตัวต้องเลือกหน้าที่ เนื้อความปรารถนาส่วนตัวรวมไปถึงความคล่องแคล่วความถนัด ทางด้านกายภาพที่เป็นสิ่งที่ปรากฏให้ผู้ชมได้เห็นบนจอภาพยนตร์ ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันนั่นหมายถึงความมหัศจรรย์

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวหนัง น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> lowcarbonproductions ขอบคุณที่รับชม .

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *